linus-nylund-Q5QspluNZmM-unsplash

การตื่นรู้คืออะไร โดย พระไพศาล วิสาโล

ความหมายเบื้องต้นของการตื่นรู้คือ การมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เพราะคนเราส่วนใหญ่มักจะอยู่ในความหลง หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ ซึ่งทำให้เราไม่ต่างจากคนหลับหรือคนละเมอ

คนเราที่หลงมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ หลงเพราะลืมตัวหรือไม่รู้ตัว แบบนี้เป็นกันเยอะ แต่แบบที่สองที่เป็นกันมากที่สุดก็คือ หลงเพราะไม่รู้ความจริง ไม่รู้ความจริงของสรรพสิ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเราเองด้วย ไปหลงคิดว่าสิ่งทั้งปวงมันเที่ยง มันเป็นสุข มันเป็นตัวเป็นตน แบบนี้เรียกว่าเป็นความหลงขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้เกิดความยึดติดถือมั่น

หลงแบบนี้บางทีเราก็เรียกว่า “อวิชชา” มีความอยากได้เข้ามาครอบครองเป็นของกู มีความหวงแหนว่านี่เป็นพวกของกู ซึ่งก็นำไปสู่การรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งที่ถือว่าไม่ใช่ของกู เพราะฉะนั้นมันก็เป็นความหลงที่นำไปสู่การเบียดเบียน และการทำลาย

เมื่อใดก็ตามที่เราตื่นรู้ เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ก็ทำให้เราไม่หลงเข้าไปในความคิด ไม่หลงเข้าไปในอารมณ์ และไม่ถูกกิเลสครอบงำ

ถ้าเราต้องการที่จะมีความสุข มีอิสระ ก็ต้องทำใจของเราให้ตื่น เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม อยู่แบบไม่ใช่คนหลับใหลหรือคนละเมอ

แล้วความรู้ตัวทั่วพร้อมนี่แหละที่จะเป็นพื้นฐานไปสู่การทำความดี และเห็นความจริง มันก็จะบาทฐานไปสู่การตื่นรู้ เป็นอิสระจากมายาภาพ จากอวิชชา จากความหลงงมงาย ที่ไปเห็นสิ่งต่างๆ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

เราจะไม่เห็นคนอื่นเป็นศัตรู แม้ว่าเขาจะมีความคิดต่างจากเรา  แม้ว่าเขาจะมีผิวสี เชื้อชาติ หรือสถานะต่างจากเรา ก็ยังเป็นมิตรกัน

ตรงนี้เกิดจากการที่เรารู้จักตัวเอง จนถึงขั้นว่ามันไม่มีตัวกูเหลือเลย ยิ่งเรารู้จักตัวเองมากเท่าไร ก็พบว่า “ตัวกู” ไม่มีอยู่จริง

แล้วเมื่อเราเห็นว่าไม่มีตัวกูอย่างแท้จริง หรือไม่มีตัวกูอยู่เลยนี้ จิตใจจะเต็มไปด้วยความรัก ความเมตตา จิตใจจะแผ่กว้าง รู้สึกเป็นมิตร เชื่อมโยงกับสรรพสัตว์และสรรพสิ่ง

เมื่อใดก็ตามที่เรามองเข้ามาที่ตัวเราและไม่เห็นอะไรเลย สิ่งนั้นคือ ปัญญา เมื่อเรามองออกไปข้างนอกและพบว่า สรรพสิ่งนั้นคือเรา หรือเป็นหนึ่งเดียวกับเรา นั่นคือเมตตา

นี่คือบทสรุปที่ดีที่สุดของ “การตื่นรู้” เพราะเมื่อคุณตื่นได้อย่างแท้จริงก็จะพบว่า มันไม่ “ตัวกู” เหลืออยู่เลย แล้วโลกนี้ก็จะงดงาม ถ้าบุคคลมีการตื่นรู้แบบนี้

ถ้าเราต้องการมีความสุข แล้วมีชีวิตที่เป็นอิสระ จะเป็นวัยไหนก็ตามก็ต้องมีสิ่งนี้ เหมือนกับพูดว่าความดีเหมาะกับคนวัยใด มันก็เหมาะกับคนทุกคน ตั้งแต่รู้ความไปจนถึงใกล้ตาย

ความตื่นรู้ก็เหมือนกัน เพราะถ้าเราไม่มีความตื่นรู้ การทำความดีก็เป็นไปได้ยาก หลายคนที่บอกว่าฉันกำลังใช้ชีวิตนี้ แต่ถามว่าชีวิตนี้มีจุดมุ่งหมายไหม มีแรงบันดาลใจไหม ถ้าพบว่ายังไม่มีแรงบันดาลใจเลย ไม่รู้อยู่ไปเพื่ออะไร สิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่การใช้ชีวิตแล้ว เป็นการทิ้งชีวิตให้สูญเปล่า ในนามของการเสพ การบริโภค ความสนุกสนาน รื่นเริง อันนี้คือสิ่งที่เราควรจะตั้งคำถาม

ทุกวันนี้เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเยอะ สิ่งเย้ายวนก็มาก ในแง่หนึ่ง เสรีภาพเยอะขึ้น อิสรภาพมากขึ้น ดังนั้น ถ้าคิดเป็น เลือกเป็น นั่นคือการมีโอกาสและการมีศักยภาพที่สูงมาก

ทุกวันนี้วิถีแห่งการตื่นรู้มีหลากหลายมากขึ้น มันไม่คับแคบแค่วิธีการเดียว ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ ถ้าเรารู้จักเอาหลากหลายวิธีนี้มา เรารู้จักเลือกใช้เลือกสรรก็จะทำให้ความตื่นรู้เกิดขึ้นได้เร็ว โดยที่ไม่ต้องหลีกลี้ออกจากโลกที่เราอยู่ก็ได้

หากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ถ้าทำให้เราเกิดคำถาม หรือเกิดการตั้งข้อสงสัยกับชีวิตที่ผ่านมา อาตมาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราดำเนินบนทางแห่งความตื่นรู้ได้ดีขึ้น   หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่เอาไว้คิด แต่เราต้องเอาไปปฏิบัติด้วยตัวเองด้วย


Photo by Linus Nylund on Unsplash

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email