” ออกเดินทางใจ ” ไปกับ อ.ประมวล และนิ้วกลม

สัมผัสและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
การเดินทางภายในของคนรุ่นใหม่
เมื่อ นิ้วกลม สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์
ร่วมชวนคุยกับ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ พร้อมชวนคุณร่วมออกเดินเท้าสำรวจภายในไปกับนักเดินทางทั้งสองรุ่น

We Oneness

We Oneness

20/12/2019

สรรพสิ่งคือแสงแห่งหนึ่งเดียว

เราคือใบไม้ ต้นเดียวกันเราคือลูกคลื่น ทะเลเดียวกันWe are the leaf of one tree.We are the wave of one sea. ท่าน ติช นัท ฮันห์ เพราะทุกชีวิตย่อมเป็นจิตเดิมแท้ คือมีจิตอันบริสุทธิ์มาตั้งแต่แรก ทั้งสัตว์ใหญ่น้อย ไปจนถึงมนุษย์ ไม่แตกต่างกัน ความแตกต่างทั้งหลายเกิดขึ้นเมื่อจิตนี้จะถูกห่อคลุมด้วยความไม่รู้ ทำให้เราคิดผิด ๆ เอาเองว่า เราแตกต่างจากคนอื่น เราใหญ่ที่สุด สุดท้ายก็นำเราไปสู่การสร้างกรรม การเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ธรรมชาติแห่งจิตเดิมแท้ของเราเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายแห่งความเป็นตัวตน เป็นความว่าง เป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกหนแห่ง สงบเงียบ และไม่มีอะไรเจือปน เป็นความสันติสุขที่ไม่มีสิ่งใดเปรียบ ดังนั้น เมื่อใดที่เราลืมตา “ตื่น” ขึ้นมาเมื่อนั้นเราจะเห็นจิตแห่งพุทธะที่มีอยู่ในตัวเราได้เอง เห็นความเป็นเช่นนั้นเอง… จิตนี้คือรากแก้วของทุกสิ่ง ถ้าเธอเข้าใจธรรมชาติจิตมันก็เข้าใจทุก ๆ สิ่งไปด้วย คล้าย ๆ กับรากของต้นไม้ทั้งผล ดอก กิ่ง ใบ ล้วนขึ้นอยู่กับรากของต้นไม้ถ้าเธอบำรุงรากให้ดี ต้นไม้ก็เจริญงอกงาม […]

We Oneness

We Oneness

18/12/2019

แก่นคำสอนหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

รู้สึกตัว…เห็นความคิด @ รูปกายนี้ มันเคลื่อนมันไหวอยู่เรื่อยๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ มันจะเคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ให้รู้ ผมเลยเอามาทำเป็นจังหวะ ทำจังหวะ : ยกมือเข้า เอามือออก ยกมือไป เอามือมา ฯลฯ เพื่อเป็นการเรียกร้องให้มีสติมั่นคงอยู่กับรูปกาย อย่างนี้ ตลอดไปถึงจิตใจคิดนึก สองอันนี้เป็นเชือกผูกสติเอาไว้ เมื่อความคิดเข้ามา เราเห็น-รู้ กำมือ เหยียดมือ ยกไป ยกมา นี้ก็รู้ แต่ไม่ต้องเอาสติมาจ้องตัวนี้ อย่าเอาสติมาคุมตัวนี้ ให้เอาสติไปคุมตัวความคิด คำว่า “ไปคุม” คือ ให้คอยดูมัน ดูไกลๆ ดูสบายๆ อย่าไปดูใกล้ๆ มันจะเป็นการเพ่ง ไม่เป็นมัชฌิมา จึงว่า – ทำใจไว้เป็นกลางๆ พอมันคิดปุ๊บ – ทิ้งไปเลย @การเฝ้าดูความคิดโดยไม่พยายามไปทำหรือจัดการอะไรกับมัน เพียงแต่ดูมันเฉยๆ แล้วปล่อยมันไป นี้คือหนทางของอิสรภาพจากทุกข์ @เพียงดูความคิดนี่แหละ เพียงความเคลื่อนไหวนี่แหละ มันเป็นเอง ความเป็นเองมันมีอยู่แล้ว พร้อมแล้วที่จะปรากฏในคนทุกคนได้ @เพียงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของจิตใจ อย่าไปบังคับจิตไม่ให้คิด […]

We Oneness

We Oneness

18/12/2019

โปรดเรียกฉันด้วยชื่อฉันที่แท้จริง

อย่าพูดว่าฉันจะจากไปในวันพรุ่งนี้แม้แต่วันนี้ ฉันยังคงกำลังเดินทางมาถึงดูให้ลึกสิ ทุกวินาทีที่ฉันกำลังมา เป็นดอกตูมบนกิ่งก้านแห่งฤดูใบไม้ผลิเป็นนกน้อยที่ปีกยังบอบบาง กำลังหัดขับขานอยู่ในรังใหม่เป็นหนอนผีเสื้อ ณ ใจกลางของดอกไม้เป็นอัญมณีที่ซ่อนตนอยู่ในศิลา ฉันยังคงมาถึงเพื่อหัวเราะและร้องไห้เพื่อกลัวและเพื่อหวังจังหวะแห่งหัวใจของฉันคือการเกิดและการตายของชีวิตทั้งหลาย ฉันคือแมลงเม่าที่เปลี่ยนรูปกายบนผิวน้ำและฉันคือนกที่โฉบลงเพื่อกลืนกินแมลงเม่านั่นฉันคือกบกำลังแหวกว่ายอย่างเบิกบานในบึงน้ำใสและฉันคืองูที่กินกบเป็นอาหารอยู่เงียบๆ ฉันคือเด็กในอูกันดา มีเพียงหนังหุ้มกระดูกขาของฉันผอมบางราวลำไผ่ และฉันคือพ่อค้าอาวุธผู้กำลังขายอาวุธแห่งความตายแด่อูกันดา ฉันคือเด็กหญิงสิบสองขวบ ผู้ลี้ภัยอยู่ในเรือลำน้อยผู้ทิ้งกายของตนลงในมหาสมุทรหลังจากถูกข่มขืนโดยโจรสลัด และฉันคือโจรสลัดหัวใจของฉันยังไม่สามารถในการเห็นและรัก ฉันคือสมาชิกแห่งคณะบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์ผู้มีอำนาจอยู่ในมืออย่างล้นเหลือและฉันคือชายที่ต้องจ่ายหนี้เลือดของตนแก่ผู้คนของฉันที่กำลังตายอย่างช้าๆในค่ายบังคับแรงงาน ความเบิกบานของฉันดุจดังฤดูใบไม้ผลิด้วยความอบอุ่น มันทำให้หมู่มวลดอกไม้ผลิบานทั่วทั้งโลกความเจ็บปวดของฉันประหนึ่งสายธารแห่งน้ำตาด้วยความกว้างใหญ่ มันท่วมท้นมหาสมุทรทั้งสี่ โปรดเรียกฉันด้วยชื่อฉันที่แท้จริงเพื่อฉันสามารถยินเสียงร้องไห้และเสียงหัวเราะของตนในขณะเดียวกัน เพื่อฉันสามารถเห็น ว่าความเบิกบานและความเจ็บปวดคือหนึ่งเดียวกัน โปรดเรียกฉันด้วยชื่อฉันที่แท้จริงเพื่อฉันสามารถจะตื่นขึ้นและประตูแห่งดวงใจของฉันจะได้เปิดไว้ ประตูแห่งความกรุณา ติช นัท ฮันท์ Photo By เพจ หมู่บ้านพลัมไทย

We Oneness

We Oneness

18/12/2019

เป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง

เมื่อใดที่จิตพ้นจากความไม่รู้ การยึดถือในตัวตนจะถูกปล่อยวางลง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง จิตข้ามพ้นจากการแบ่งแยก หัวใจใหม่ของเราจะเกิดการ Unity กับ Universe คือ เราและสรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ ไม่มีทั้งผู้รู้และสิ่งที่ถูกรู้ มีแต่อาการรู้ ไม่มีผู้รู้ หลอมรวม สืบต่อกัน เหลือเพียงความว่างเปล่า …จะเห็นทุกสิ่งว่า “ล้วนเป็นเช่นนั้นเอง” หรือ “ตถตา” ความทุกข์ร้อนและความดิ้นรนจะเบาบางจางคลาย เป้าหมายของชีวิตที่แท้จริงจะเกิดขึ้น เกิด อิสรภาพ สันติภาพ ภราดรภาพขึ้นในใจ เกิดความดี ความงาม ความจริง อันเป็นคุณค่าสูงสุดของชีวิตขึ้นในจิตของเราเท่านั้น ตถตา…ตถาคต… [1] “ดูกร อนุรุทธ สภาวธรรมทั้งปวงไม่มีใครบังคับได้ ซึ่งอาจเรียกว่า ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’ คือ ธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของสภาพธรรมทั้งปวง ดอกบัวเกิดจาก ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’ ท่านอนุรุทธเองก็มาจาก ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’  พระสมณโคดมก็มาจาก ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’ “เราสามารถเรียกใครบางคนผู้มาจาก ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’ ว่า ‘ตถาตา’ หรือ ‘บุคคลผู้มาเช่นนั้นเอง’  เมื่อเกิดมาจาก ‘ความเป็นเช่นนั้นเอง’ […]

We Oneness

We Oneness

18/12/2019

ทุกมรรคสู่หัวใจแห่งหนึ่งเดียว

เมื่อใดที่ผู้คน “ตื่น” และ “รู้แจ้ง-เห็นจริง” เป็นหนึ่งเดียวกับสัจธรรมความจริงของธรรมชาติ เมื่อนั้นเขาจะมีแนวโน้มที่จะไม่ปฏิเสธในธรรมเนียมปฏิบัติ และไม่ตัดสินในความเชื่อที่แตกต่าง  เขาอาจก้าวพ้นจากความเห็นความยึดติดในความแตกต่างของแต่ละศาสนา และสิ่งที่คุณได้อ่านจากนี้ หาใช่เป็นข้อสรุปหรือข้อเท็จจริง เพียงแต่เป็นการชวนให้คุณมองเห็นความเหมือนในความต่างในหลากหลายศาสนาและนิกายในโลกนี้ ที่คล้ายดั่งเป็นเส้นทางสู่การเข้าถึงความเป็นจริง ศาสนวิถี         จุดหมาย         คุณลักษณ์แห่งเป้าหมายสูงสุด พุทธนิพพาน             ความสิ้นสุดแห่งทุกข์ พ้นจากอวิชชา (ความไม่รู้) เข้าถึงอิสรภาพสูงสุดของชีวิตเข้าถึงความจริง เกิดปัญญารู้แจ้ง เข้าถึงความสงบสุขสันติ ไม่เวียนว่ายตายเกิดอีก เซนซาโตริ               รู้แจ้งความเป็นจริง เป็นพุทธะ (ผู้รู้ ตื่น เบิกบาน) เป็นหนึ่งเดียวกับธรรม พ้นจากการยึดติดในตำรา คัมภีร์ หรือความหลงใด ๆ พ้นจากความคิดปรุงแต่ง เต๋าเต๋า                   ดำรงชีวิตอยู่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า อันเป็นสภาวะอันเป็นที่สุด เป็นวิถีแห่งธรรมชาติ คำว่า เต๋า ก็เป็นคำสมมติเรียกในตำราหรือคำพูด ย่อมไม่ใช่เต๋าที่แท้จริง พราหมณ์ โมกษะ                          รู้แจ้งในอาตมัน (วิญญาณ) ของตนว่าเป็นปรมาตมัน หลุดพ้นจากตัณหา พ้นจากกรรม ออกจากความไม่รู้ เป็นหนึ่งเดียวกับพรหมมัน ข้ามพ้นจากสังสารวัฏ คริสต์พระเจ้า             […]

We Oneness

We Oneness

18/12/2019

จิตแห่งความเชื่อมั่น : บทกวีเกี่ยวกับต้นตออันสมบูรณ์ของชีวิต

หนทางอันยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบากอะไรสำหรับบุคคลผู้ไม่รู้สึกเปรียบเทียบเมื่อรักและชังไม่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่างก็แจ่มแจ้งและเปิดเผยตัวเองออก แต่ถ้ามีการแยกความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดฟ้าและดินก็จะถูกแยกห่างกันอย่างหาประมาณมิได้ ถ้าเธอปรารถนาจะเห็นความจริงจงอย่าได้ยึดถือความเห็นที่คล้อยตามหรือขัดแย้งการดิ้นรนระหว่างสิ่งที่ตนเองชอบกับสิ่งที่ตนเองไม่ชอบเป็นเชื้อโรคร้ายแห่งจิตใจ เมื่อไม่เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของสรรพสิ่งสันติสุขอันแท้จริงของจิตใจก็ถูกรบกวนไม่ให้มีอยู่ หนทางนั้นเป็นสิ่งสมบูรณ์เหมือนที่ว่างอันกว้างใหญ่ซึ่งไม่มีสิ่งใดขาด และไม่มีสิ่งใดเกิน แท้จริงแล้วนั้น เป็นเพราะการเลือกของเราที่จะยอมรับและปฏิเสธต่างหากที่ทำให้เราไม่เห็นธรรมชาติอันแท้จริงของสิ่งทั้งปวง อย่าได้อยู่ทั้งในความยุ่งเหยิงของสิ่งภายนอกและในความรู้สึกภายในแห่งความว่างจงสงบอยู่ในความเป็นหนึ่งของสรรพสิ่งและความเห็นผิดทั้งหลายก็จะหมดไปโดยตัวของมันเอง เมื่อเธอพยายามที่จะหยุดการกระทำเพื่อจะให้ถึงความหยุดนิ่งความพยายามของเธอนั่นแหละที่ทำให้เธอเต็มไปด้วยการกระทำ ตราบใดที่เธอยังอยู่ในภาวะสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่งเธอจะไม่มีวันรู้จักภาวะแห่งความเป็นหนึ่ง ผู้ที่มิได้อยู่บนหนทางอันเป็นหนึ่งย่อมตกไปสู่การกระทำและความหยุดนิ่ง ทั้งการยืนยันและการปฏิเสธการปฏิเสธความจริงของสรรพสิ่งเป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น การยืนยันถึงความว่างของสรรพสิ่งก็เป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น ยิ่งเธอพูด และคิดมากเท่าใดเธอก็ยิ่งห่างจากความจริงมากเท่านั้นจงหยุดการพูด และการคิดและจะไม่มีสิ่งใดที่เธอจะไม่รู้ การกลับคืนสู่รากเหง้าคือการค้นพบความหมายแต่การเดินตามสิ่งปรากฏภายนอกเป็นการพรากไปจากต้นตอ ในช่วงขณะแห่งความเห็นแจ้งภายใน มีการข้ามพ้นสิ่งภายนอกและความว่าง ความเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเกิดขึ้นในโลกที่ว่างนี้ เราบอกว่าเป็นจริงเพราะอวิชชาของเรานั่นเอง อย่าได้ค้นหาสัจธรรมให้เพียงแต่หยุดยึดถือความเห็นต่างๆ เท่านั้น อย่าได้ดำรงอยู่ในภาวะแห่งความเป็นคู่ (Duality)จงหลีกเลี่ยงหนทางนั้นด้วยความระมัดระวังถ้ามีเพียงร่องรอยของสิ่งนี้และสิ่งนั้นของความถูกและความผิดจิตเดิมแท้ก็จะสูญเสียไปในความยุ่งเหยิง แม้ภาวะของความเป็นคู่ทั้งหมดจะมาจากความเป็นหนึ่งก็จงอย่าได้ยึดติดแม้ในความเป็นหนึ่งนี้ เมื่อจิตดำรงอยู่โดยไม่ถูกรบกวนก็ไม่มีสิ่งใดในโลกจะสามารถทำให้ขุ่นเคืองได้และเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้อีกต่อไปมันจึงไม่มี เมื่อปราศจากความคิดแบ่งแยกจิตก็ไม่มี เมื่อความคิดหายไปตัวที่ทำหน้าที่คิดก็หายไปเช่นเดียวกับเมื่อจิตหายไปวัตถุก็หายไปด้วย สิ่งทั้งหลายมีอยู่ เพราะว่ามีตัวรับรู้จิตมีอยู่ ก็เพราะว่าสิ่งทั้งหลายมีอยู่ขอจงได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งสองสิ่งนี้และความจริงพื้นฐานนั่นคือความเป็นหนึ่งแห่งความว่าง ในความว่างนี้ สิ่งทั้งสอง (จิตและวัตถุ) แยกกันไม่ได้ และแต่ละสิ่งในตัวของมันเอง ก็ได้รวมโลกทั้งหมดเอาไว้ด้วย ถ้าเธอไม่แบ่งแยกระหว่างความหยาบและความละเอียดเธอก็จะไม่ถูกล่อลวงให้ตกอยู่ในทิฏฐิและความคิดเห็นต่างๆ การดำเนินอยู่ในหนทางอันยิ่งใหญ่มิใช่สิ่งที่ง่ายหรือยากแต่คนที่มีความเห็นอันจำกัด มักจะกลัวและลังเลยิ่งเขารีบร้อนเท่าใด เขาจะยิ่งไปช้าเท่านั้นและยิ่งยึดติดอย่างไม่สิ้นสุด แม้จะยึดติดต่อความคิดในเรื่องการตรัสรู้ก็เป็นสิ่งที่พลาดออกนอกทางเพียงแต่ปล่อยให้สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามวิถีทางของมันและก็จะไม่มีการมาหรือการไป จงเชื่อฟังธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายและเธอจะเดินได้อย่างอิสระและไม่ถูกรบกวน เมื่อความคิดถูกพันธนาการความจริงก็ถูกซ่อนเร้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะมืดดำและคลุมเครือและการเที่ยวเป็นภาระไปตัดสินสิ่งต่างๆ นั้นมีแต่จะทำให้น่าเวียนหัวและเหนื่อยอ่อนจะมีประโยชน์อะไรจากการแยกแยะและแบ่งแยก ถ้าเธอปรารถนาจะเข้าสู่หนทางของความเป็นหนึ่งอย่าได้เกลียดแม้ในโลกแห่งผัสสะและความคิดแท้จริงแล้วนั้น การยอมรับมันอย่างเต็มที่เป็นสิ่งเดียวกับการตรัสรู้อันถูกตรง ผู้มีปัญญามิได้เพื่อจะมุ่งหวังลุถึงผลใดๆแต่ผู้ไร้ปัญญาใส่โซ่ตรวนให้แก่ตนเอง ธรรมนั้นมีเพียงหนึ่ง มิได้มีมากมาย การแบ่งแยกเกิดจากความยึดถือของผู้โง่หลง การใช้จิตแสวงหาจิตเป็นผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด […]

We Oneness

We Oneness

11/12/2019

ความเห็นอันถูกต้อง : ชุนริว ซุสุกิ

“…อันดับแรกแห่งมรรคมีองค์แปดก็คือความเห็นอันถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) ความเห็นอันถูกต้องก็คือความเข้าใจในเหตุและผล คือมีความเข้าใจอันสมบูรณ์ในเหตุและผล – ว่าความทุกข์นั้นมีเหตุอย่างไร นั่นคือความเห็นอันถูกต้อง – คือการเห็น ‘สิ่งต่างๆดังที่มันเป็น (ตถตา)’ เมื่อเราเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เราจะเข้าใจว่าเราสร้างความทุกข์แก่ตัวเราเองอย่างไร ถ้าหากเธอเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เธอจะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ยั่งยืน ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ทุกสิ่งย่อมไร้ธรรมชาติแห่งตัวตน ดังนั้นเธอจึงไม่อาจเพลิดเพลินกับชีวิตของเธอได้อย่างที่เธอคาดหวัง เธอคาดหวังไว้ว่าชีวิตของเธอจะสุขสำราญที่สุด แต่ในความเป็นจริง ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ‘แย่แล้ว มันไม่จริงนี่นา’ เธออาจพูดออกมาแบบนั้น เมื่อเธอเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เธอก็จะเปลี่ยนความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับชีวิตนี้ไปโดยสิ้นเชิง และเมื่อเธอเปลี่ยนความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับชีวิตนี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว นั่นแหละคือนิพพาน หมดสิ้นปัญหา หนทางลุถึงนิพพานโดยมรรคมีองค์แปดนั้นเริ่มต้นจากความเห็นอันถูกต้อง ความเห็นอันถูกต้องเกี่ยวกับชีวิตของเรา และการมีความเห็นอันถูกต้องนี้ก็คือการเข้าใจในเหตุและผล – อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือทุกข์ ด้วยการเริ่มต้นจากความเห็นอันถูกต้อง เราก็จะเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น…” พระอาจารย์ ชุนริว ซุสุกิ (พ.ศ.๒๔๔๗-๒๕๑๔) ผู้เผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซ็นสาขาโซโตจากญี่ปุ่นสู่สหรัฐอเมริกา ขอขอบคุณเพจ ZenSmileZenWisdom Photo by Fabrizio Chiagano on Unsplash

We Oneness

We Oneness

11/12/2019
1 2 3 4