ร่วมสร้าง ‘ชุมชนแห่งความตื่นรู้’ ขับเคลื่อนสังคมสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

โครงการขับเคลื่อนสังคมแห่งการตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน โดยมูลนิธิสหธรรมิกชน ภายใต้การสนับสนุนของ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใน แผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา ที่ดำเนินการมาตลอดปี พ.ศ. 2562 และยังเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งความตื่นรู้ให้ผลิบานขึ้นในสังคม เชื่อมโยงผู้คนให้เกิดขึ้นเป็นชุมชนเล็กๆที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างการเติบโตทางจิตวิญญาณ ให้ทุกชีวิตสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่างๆ

พลพจน์ (ทรัพย์) ศรีพระจันทร์

พลพจน์ (ทรัพย์) ศรีพระจันทร์

02/07/2020

บนเส้นทางแห่งการตื่นรู้ – 1/3

จุดเปลี่ยนบนทางชีวิต ธรากร กมลเปรมปิยะกุล เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เรียน ปวช. ที่อัสสัมชัญพาณิชยการและเรียนปริญญาตรี ที่คณะบริหารธุรกิจ (ภาควิชาการตลาด) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ด้วยครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยและไม่ได้มีกิจการให้สืบทอด เป้าหมายในอาชีพของเขาจึงไม่ได้ต่างจากคนส่วนใหญ่ คือการเติบโตไปตามสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมา เทอมสุดท้ายที่ไม่มีวิชาเรียนมากนัก เขาเริ่มต้นอาชีพเซลล์ขณะยังเป็นนักศึกษา หลังจากทำไปได้สักระยะ เขาเกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานขาย เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเลยใช้เวลาสำรวจตัวเองแล้วได้คำตอบว่า การสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์คือความสนใจของตัวเอง เช่นนั้นแล้ว ‘งานโฆษณา’ จึงกลายมาเป็นเป้าหมายของคนหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบ แม้ว่าวิชาการตลาดจะไม่ตรงกับเป้าหมายเสียทีเดียว แต่มันได้มาเป็นต้นทุนในการทำความเข้าใจโลกของธุรกิจ เมื่อชัดเจนว่าความสนใจคืออะไร เขานำเงินเก็บก้อนสุดท้ายสมัครเข้าเวิร์คช็อปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโฆษณา เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้เรียนรู้และฝึกทักษะในการคิดงาน จนกระทั่งได้เริ่มต้นทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ ด้วยความเอาจริงเอาจังกับงาน เขาค่อยๆ เติบโตตามความตั้งใจ ตำแหน่งที่สูงขึ้นทำให้ความรับผิดชอบมากขึ้นตามไปด้วย ช่วงเวลานั้นเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่รักและกำลังจะมีลูกด้วยกัน แต่ความสัมพันธ์หนุ่มสาวติดขัดพอสมควร ขณะเดียวกันแม่ของเขาตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง หลายสิ่งเข้ามาสุมทับเป็นความหนักใจที่มักผุดแทรกขึ้นในชีวิตประจำวัน ทั้งที่เขาไม่ใช่คนสนใจศาสนามากนัก แต่ปรากฏว่า ‘การบวช’ คือวิธีการที่นึกถึงเพื่อคลี่คลายความโกลาหลในจิตใจ ด้วยเงื่อนไขของการทำงาน ชีวิตนักบวชเลยกินเวลาไม่นานนัก แต่มันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้และเปลี่ยนชีวิตที่เหลืออยู่ไปอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายในแต่ละวัน-เดือน-ปีค่อยๆ ถอยออกจากความมั่นคั่งในแวดวงโฆษณา เขยิบเข้าใกล้วิชาที่พระพุทธเจ้าค้นพบเมื่อกว่าสองพันปีก่อน กระทั่งหนักแน่นว่าความมั่นคงในจิตใจคือความสนใจ ทั้งการนำ ‘ธรรมะ’ มาทำความเข้าใจตัวเอง ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน […]

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

18/12/2019

การตื่นรู้คืออะไร โดย พระไพศาล วิสาโล

ความหมายเบื้องต้นของการตื่นรู้คือ การมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เพราะคนเราส่วนใหญ่มักจะอยู่ในความหลง หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ ซึ่งทำให้เราไม่ต่างจากคนหลับหรือคนละเมอ คนเราที่หลงมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ หลงเพราะลืมตัวหรือไม่รู้ตัว แบบนี้เป็นกันเยอะ แต่แบบที่สองที่เป็นกันมากที่สุดก็คือ หลงเพราะไม่รู้ความจริง ไม่รู้ความจริงของสรรพสิ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเราเองด้วย ไปหลงคิดว่าสิ่งทั้งปวงมันเที่ยง มันเป็นสุข มันเป็นตัวเป็นตน แบบนี้เรียกว่าเป็นความหลงขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้เกิดความยึดติดถือมั่น หลงแบบนี้บางทีเราก็เรียกว่า “อวิชชา” มีความอยากได้เข้ามาครอบครองเป็นของกู มีความหวงแหนว่านี่เป็นพวกของกู ซึ่งก็นำไปสู่การรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งที่ถือว่าไม่ใช่ของกู เพราะฉะนั้นมันก็เป็นความหลงที่นำไปสู่การเบียดเบียน และการทำลาย เมื่อใดก็ตามที่เราตื่นรู้ เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ก็ทำให้เราไม่หลงเข้าไปในความคิด ไม่หลงเข้าไปในอารมณ์ และไม่ถูกกิเลสครอบงำ ถ้าเราต้องการที่จะมีความสุข มีอิสระ ก็ต้องทำใจของเราให้ตื่น เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม อยู่แบบไม่ใช่คนหลับใหลหรือคนละเมอ แล้วความรู้ตัวทั่วพร้อมนี่แหละที่จะเป็นพื้นฐานไปสู่การทำความดี และเห็นความจริง มันก็จะบาทฐานไปสู่การตื่นรู้ เป็นอิสระจากมายาภาพ จากอวิชชา จากความหลงงมงาย ที่ไปเห็นสิ่งต่างๆ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เราจะไม่เห็นคนอื่นเป็นศัตรู แม้ว่าเขาจะมีความคิดต่างจากเรา  แม้ว่าเขาจะมีผิวสี เชื้อชาติ หรือสถานะต่างจากเรา ก็ยังเป็นมิตรกัน ตรงนี้เกิดจากการที่เรารู้จักตัวเอง จนถึงขั้นว่ามันไม่มีตัวกูเหลือเลย ยิ่งเรารู้จักตัวเองมากเท่าไร […]

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

10/12/2019

32 ข้อ ตัวชี้วัดว่า “ตื่นรู้” มากแค่ไหน โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

หลายคนได้ถาม ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ อดีตวิศวกรนาซ่า ผู้ค้นพบการเปลี่ยนแปลงภายใน  และปัจจุบันท่านได้ทำงานเผยแพร่การเข้าถึงการตื่นรู้ ว่าทำไมต้องฝึกสติ ฝึกสติไปแล้ววัดผลยังไง ท่านได้อธิบายง่ายๆ เป็นตัวชี้วัด  Key Behavior Indicators หรือ KBIs ที่มีแนวโน้มพฤติกรรมดังต่อไปนี้ สดใสขึ้น ใจว่าง ๆ โล่ง ๆ (ใจดีหรือดีใจ ไม่เหมือนใจโล่ง ๆ นะ) ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง ยิ้มง่ายขึ้น ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน ไหว้คนอื่นได้ก่อน ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง ง่าย ๆ ติดดิน รับผิดชอบงานมากขึ้น ไม่อ้าง ไม่หนี อดทน ยอม มีเมตตามากขึ้น ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล เมื่อได้ยินเรื่องราวใด ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะดู สังเกตมากกว่าที่จะด่วนวิจารณ์ ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์ แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด ก็ยังอดทน […]

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

10/12/2019

Oneness เรียบง่าย และหน้าที่มนุษย์

ผมเรียนรู้ว่า รู้รอบแสนโกฏโลก รู้ทั่วแสนโกฏจักรวาล ยังไม่เท่า ‘รู้ใจตน’ จะมีประโยชน์อะไรจากความใคร่กระหายรู้ หากมันไม่ทำให้คุณรู้จักคำว่า ‘ชีวิต’

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

09/12/2019

ไม้หอมแห่งการรู้สึกตัว

อะไรคือแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นมาเปิดบ้านให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ คอยต้อนรับผู้คนแปลกหน้ามากมายให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่และธรรมชาติภายในบ้านของเธอเพื่อเรียนรู้ “ตัวเอง” ถึงวันนี้มีนับร้อยชีวิตที่ได้รับประสบการณ์เปลี่ยนแปลงภายใน การค้นพบตนเอง และความประทับใจจาก บ้านไม้หอม พระราม 2 บ้านหลังงามท่ามกลางธรรมชาติของคุณภัทรมน วิเศษลีลา หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม คุณหลีแห่งบ้านไม้หอม

ภัทรมน วิเศษลีลา

ภัทรมน วิเศษลีลา

09/12/2019

ชีวิตนี้ต้องไม่เป็นโมฆะ

“ผมเป็นนักเรียน นักเขียน นักแปล และเป็นกระบวนกร หน้าที่หลักคือการเปลี่ยนแปลงตนเองและสังคม ให้ก้าวไปสู่ความบริสุทธิ์ยุติธรรมและยั่งยืน ผมทำงานนี้มาตลอดชีวิตตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย และตั้งใจที่จะตายคางานนี้”

ประชา หุตานุวัตร

ประชา หุตานุวัตร

27/11/2019

ชีวิตคือโรงฝึกเพื่อการตื่น

กระบวนกรผู้เชี่ยวชาญการคลี่คลายความขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงองค์กร เคยจัดอบรมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากรมืออาชีพจากหลายประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งรัฐและเอกชนมากกว่า 400 เวิร์คช็อป

โอม รัตนกาญจน์

โอม รัตนกาญจน์

13/11/2019

ทดลองสร้างของขวัญแห่งปัจจุบัน

วิทยากรกระบวนการ องค์กรของขวัญแห่งปัจจุบันขณะ (7 presents) จากคำถามที่ว่า “ทำไมคนจึงสนใจภาวะของการ ‘ตื่นรู้’ ” และ “ประสบการณ์อะไรที่ทำให้เกิดการตื่นรู้”

ธนัญธร เปรมใจชื่น

ธนัญธร เปรมใจชื่น

13/11/2019

ชีวิตที่ตื่นแล้ว

ปัจจุบันขณะ มีพลังงานมหาศาล คือ กาลแห่งการตระหนักรู้ในความจริง ปัจจุบัน คือ ครรภ์มารดาของการรู้แจ้ง ในการตระหนักรู้ในความจริง ทุกสิ่งจะเผยต่อเราว่า ทุกๆประสบการณ์ล้วนประกอบด้วยเหตุปัจจัย นับล้านล้านล้านสิ่ง กินเวลานับล้านล้านล้านปี เพื่อให้สิ่งๆ นั้น ปรากฏบังเกิดขึ้นต่อเราในปัจจุบัน แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีแห่งการปรากฏ และทั้งหมด ทุกสิ่งทั้งหมด ก็ล้วนปรากฏขึ้นและหายไป กระทั่งกิริยาที่เรากันเรียกว่า “การกอด” ทุกครั้งที่คุณกอดกับใครสักคน เชื่อไหมว่า การกอดในวินาทีนั้น ถ้าเราตระหนักรู้และดื่มด่ำกับการกอดนั้น ด้วยหัวใจที่แท้จริง เราจะพบกับความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งว่า ราวกับ โลกทั้งโลกก่อกำเนิดเกิดมา ก็เพื่อเป็นเหตุปัจจัยให้กำเนิดปรากฏตัวเราและเธอคนนั้น ผู้ที่เรากำลังโอบกอด ทุกๆ ล้วนเฉลยเผยตัว ให้เราตระหนักในปัจจุบันว่า…ทุกๆ สิ่งล้วนดำเนินมา ก็เพื่อให้เราสองได้เดินทางมาพบและดำรงอยู่ร่วมกัน…ในอ้อมกอดนี้ ณ วงแขน ไออุ่น สัมผัสจากเธอและฉัน ที่หลอมรวมสัมพันธ์กัน สิ่งเล็กๆ นี้จะปรากฏขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมด ราวกับพระเจ้าตั้งใจสร้างทั้งเอกภพ เพื่อให้กำเนิดชั่วขณะแห่งการกอดนี้ อันเป็นความรู้สึกจริงแท้ที่เธอสัมผัสได้จริง ในปัจจุบัน ในเพียงชั่วขณะนี้ เท่านั้น เพราะหากอ้อมกอดนั้น ผ่านไปแล้ว เธออาจคิดคำนึงถึงมันในนามของ อดีต หากมันเป็นสิ่งที่เธอกำลังถวิลหาและยังมาไม่ถึง […]

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

19/08/2019
1 2