jared-erondu-j4PaE7E2_Ws-unsplash

จังหวะประจักษ์ความจริง…ของรพินทรนาถ ฐากูร

เมื่อข้าพเจ้าอายุได้สิบแปด สายลม ดอกไม้ผลิฉับพลันของประสบการณ์ธรรมประจักษ์…ได้พัดสู่ชีวิตของข้าพเจ้า และผ่านไปโดยประทับรอยข่าวสารชัดแจ้งถึงความจริงแท้ด้านจิตวิญญาณไว้ในความทรงจำ

เมื่อรุ่งอรุณครั้งหนึ่ง  ขณะยืนดูดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นเหนือพุ่มไม้ ในทันทีข้าพเจ้ารู้สึกคล้ายกับว่า หมอกทึบแห่งอดีตกาลได้ถูกยกออกพ้นสายตาขณะหนึ่ง และแสงอรุณที่อาบผิวโลกอยู่ก็เผยให้เห็นความปีติรุ่งโรจน์ภายใน ม่านคลุมแห่งความจำเจที่มองไม่เห็นได้ถูกยกออกจากสรรพสิ่งและจากผู้ฅนทั้งหลาย และแสดงความหมายสำคัญสูงสุด กระจ่างชัดแก่ดวงจิตของข้าพเจ้า — สิ่งซึ่งควรจดจำในประสบการณ์นี้คือ การขยายขอบเขตแห่งจิตใจของข้าพเจ้าอย่างฉับพลัน เข้าสู่โลกระดับใหม่ในมนุษย์

บทกวีซึ่งข้าพเจ้าเขียนไว้ในวันแรกแห่งความตื่นใจชื่อ “น้ำตกตื่นจากหลับแล้ว” แสงอาทิตย์ได้แผดเผาละลายหิมะน้ำแข็งซึ่งห่อหุ้ม กักขังดวงวิญญาณของธารน้ำตกไว้ในความเปล่าเปลี่ยว  ณ บัดนี้มันประกาศอิสรภาพของมัน โดยการไหลตกสาดซ่า เพื่อบรรลุปลายทางของมัน โดยสละตัวตนอย่างไม่รู้สิ้น รวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงสมุทร:

แก่งหินและภูผาเลื่อนลั่น
สายน้ำเอ่อท้นท่วมตกกระจาย
แตกฟองซัดสาดไหลเชี่ยว
ในความปลื้มเปรมปราโมทย์
ก่อสรรพสำเนียงครืนคลั่ง
พลุ่งพล่านเพราะต้องแสงอรุณ
น้ำจะกำซาบซึมซับโลกเต็มแรง
และข้าฯ-ข้าจะรินความรักเป็นลำน้ำ
ข้าจะทำลายกรงขังแห่งหินผา
ข้าจะท่วมท้นโลก
และจะเห่กล่อมด้วยเพลงไพเราะ
อย่างเอิบอิ่มบ้าคลั่ง
ข้าจะวิ่งส่งเสียงหัวเราะเริงร่า เก็บดอกไม้ สยายผม
โลดแล่นกางปีกสายรุ้ง
โผบินผ่านโมงยาม
อาบแสงสุริยา
ข้าจะโจนจากยอดสู่ยอด
และสาดรดหลั่งอุทกจากเนินสู่เนิน
ข้าจะหัวเราะกึกก้องและตบมือเข้าจังหวะ
กับฝีเท้าที่เหยียบย่ำไป*

ท่านมหากวีกล่าวว่า บทเพลงที่ท่านเขียนขึ้นหลังจากเหตุการณ์ธรรมประจักษ์เช่นที่ยกมาดังกล่าว “เป็นการเปิดเผยธาตุแท้ภายในออกมาเป็นครั้งแรก เป็นการฉลองการเปิดทวารอันหนึ่ง และเป็นการบรรลุอนันตภาวะภายในอันตภาวะ”


*รพินทรนาถ ฐากูร. (2554, ตุลาคม). หิ่งห้อย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผีเสื้อ.


Photo by Jared Erondu on Unsplash



Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email