จังหวะประจักษ์ความจริง…ของรพินทรนาถ ฐากูร
รพินทรนาถ ฐากูร

เมื่อข้าพเจ้าอายุได้สิบแปด สายลม ดอกไม้ผลิฉับพลันของประสบการณ์ธรรมประจักษ์…ได้พัดสู่ชีวิตของข้าพเจ้า และผ่านไปโดยประทับรอยข่าวสารชัดแจ้งถึงความจริงแท้ด้านจิตวิญญาณไว้ในความทรงจำ

เมื่อรุ่งอรุณครั้งหนึ่ง  ขณะยืนดูดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นเหนือพุ่มไม้ ในทันทีข้าพเจ้ารู้สึกคล้ายกับว่า หมอกทึบแห่งอดีตกาลได้ถูกยกออกพ้นสายตาขณะหนึ่ง และแสงอรุณที่อาบผิวโลกอยู่ก็เผยให้เห็นความปีติรุ่งโรจน์ภายใน ม่านคลุมแห่งความจำเจที่มองไม่เห็นได้ถูกยกออกจากสรรพสิ่งและจากผู้ฅนทั้งหลาย และแสดงความหมายสำคัญสูงสุด กระจ่างชัดแก่ดวงจิตของข้าพเจ้า — สิ่งซึ่งควรจดจำในประสบการณ์นี้คือ การขยายขอบเขตแห่งจิตใจของข้าพเจ้าอย่างฉับพลัน เข้าสู่โลกระดับใหม่ในมนุษย์

บทกวีซึ่งข้าพเจ้าเขียนไว้ในวันแรกแห่งความตื่นใจชื่อ “น้ำตกตื่นจากหลับแล้ว” แสงอาทิตย์ได้แผดเผาละลายหิมะน้ำแข็งซึ่งห่อหุ้ม กักขังดวงวิญญาณของธารน้ำตกไว้ในความเปล่าเปลี่ยว  ณ บัดนี้มันประกาศอิสรภาพของมัน โดยการไหลตกสาดซ่า เพื่อบรรลุปลายทางของมัน โดยสละตัวตนอย่างไม่รู้สิ้น รวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงสมุทร:

แก่งหินและภูผาเลื่อนลั่น
สายน้ำเอ่อท้นท่วมตกกระจาย
แตกฟองซัดสาดไหลเชี่ยว
ในความปลื้มเปรมปราโมทย์
ก่อสรรพสำเนียงครืนคลั่ง
พลุ่งพล่านเพราะต้องแสงอรุณ
น้ำจะกำซาบซึมซับโลกเต็มแรง
และข้าฯ-ข้าจะรินความรักเป็นลำน้ำ
ข้าจะทำลายกรงขังแห่งหินผา
ข้าจะท่วมท้นโลก
และจะเห่กล่อมด้วยเพลงไพเราะ
อย่างเอิบอิ่มบ้าคลั่ง
ข้าจะวิ่งส่งเสียงหัวเราะเริงร่า เก็บดอกไม้ สยายผม
โลดแล่นกางปีกสายรุ้ง
โผบินผ่านโมงยาม
อาบแสงสุริยา
ข้าจะโจนจากยอดสู่ยอด
และสาดรดหลั่งอุทกจากเนินสู่เนิน
ข้าจะหัวเราะกึกก้องและตบมือเข้าจังหวะ
กับฝีเท้าที่เหยียบย่ำไป*

*รพินทรนาถ ฐากูร. (2554, ตุลาคม). หิ่งห้อย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผีเสื้อ.

ท่านมหากวีกล่าวว่า บทเพลงที่ท่านเขียนขึ้นหลังจากเหตุการณ์ธรรมประจักษ์เช่นที่ยกมาดังกล่าว “เป็นการเปิดเผยธาตุแท้ภายในออกมาเป็นครั้งแรก เป็นการฉลองการเปิดทวารอันหนึ่ง และเป็นการบรรลุอนันตภาวะภายในอันตภาวะ”

Photo by Jared Erondu on Unsplash

Share on facebook
Facebook
Share on email
Email
Share on twitter
Twitter
Share on telegram
Telegram
Share on pinterest
Pinterest
Share on print
Print