CHECKLIST : เครื่องวัดผลในการฝึกจิต

มีพฤติกรรมทางกาย วาจา และใจที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คือ มีการปฏิบัติตนต่อสังคม สภาพแวดล้อมดีขึ้น  มีระเบียบในการดำเนินชีวิตมากขึ้น มีน้ำใจและเสียสละเพื่อส่วนรวมมากขึ้น มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างตนเองกับคนรอบข้าง ธรรมชาติ ไปจนถึงโลกรอบตัว เกิดความสามารถในการวางเฉยต่ออารมณ์ที่เคยทำให้หวั่นไหวและความเบี่ยงเบนทางอารมณ์ ยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม แม้อยู่ท่ามกลางปัญหา อารมณ์ที่รุมเร้าหรือรุนแรง เห็นถึงการลดลงของอัตตาตัวตน และการเพิ่มขึ้นของความอ่อนน้อมถ่อมตน ความไม่ดีต่าง ๆ มีลดลง เช่น ความอยากได้เหมือน ๆ คนอื่น ความเจ้าอารมณ์ ความฟุ้งซ่านมีการลดลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นแก่ตัวน้อยลง ในชีวิตประจำวัน จิตของเราสามารถคงอยู่ในความสงบ เบิกบาน สภาพจิตระหว่างปฏิบัติมีความแช่มชื่น อิ่มใจ เย็นใจ ปลอดโปร่งและตั้งมั่น เหมาะแก่การทำงาน พร้อมที่จะเอาไปใช้สร้างสรรค์พัฒนาสิ่งที่ดีงาม ความตึงเครียดของจิตลดลง หรือไม่มี มีการนำประสบการณ์ในการปฏิบัติมาเพิ่มพูนเป็นความรู้ในการพัฒนาตนมากขึ้น ความรู้ ความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามเหตุปัจจัยเพิ่มขึ้น และนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหาได้อย่างสันติ รู้วิธีจัดการกับความทุกข์ ไม่ให้ติดอยู่กับตัวนาน Photo by Glenn Carstens-Peters on Unsplash

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

11/12/2019

จิตแห่งความเชื่อมั่น : บทกวีเกี่ยวกับต้นตออันสมบูรณ์ของชีวิต

หนทางอันยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบากอะไรสำหรับบุคคลผู้ไม่รู้สึกเปรียบเทียบเมื่อรักและชังไม่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่างก็แจ่มแจ้งและเปิดเผยตัวเองออก แต่ถ้ามีการแยกความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดฟ้าและดินก็จะถูกแยกห่างกันอย่างหาประมาณมิได้ ถ้าเธอปรารถนาจะเห็นความจริงจงอย่าได้ยึดถือความเห็นที่คล้อยตามหรือขัดแย้งการดิ้นรนระหว่างสิ่งที่ตนเองชอบกับสิ่งที่ตนเองไม่ชอบเป็นเชื้อโรคร้ายแห่งจิตใจ เมื่อไม่เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของสรรพสิ่งสันติสุขอันแท้จริงของจิตใจก็ถูกรบกวนไม่ให้มีอยู่ หนทางนั้นเป็นสิ่งสมบูรณ์เหมือนที่ว่างอันกว้างใหญ่ซึ่งไม่มีสิ่งใดขาด และไม่มีสิ่งใดเกิน แท้จริงแล้วนั้น เป็นเพราะการเลือกของเราที่จะยอมรับและปฏิเสธต่างหากที่ทำให้เราไม่เห็นธรรมชาติอันแท้จริงของสิ่งทั้งปวง อย่าได้อยู่ทั้งในความยุ่งเหยิงของสิ่งภายนอกและในความรู้สึกภายในแห่งความว่างจงสงบอยู่ในความเป็นหนึ่งของสรรพสิ่งและความเห็นผิดทั้งหลายก็จะหมดไปโดยตัวของมันเอง เมื่อเธอพยายามที่จะหยุดการกระทำเพื่อจะให้ถึงความหยุดนิ่งความพยายามของเธอนั่นแหละที่ทำให้เธอเต็มไปด้วยการกระทำ ตราบใดที่เธอยังอยู่ในภาวะสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่งเธอจะไม่มีวันรู้จักภาวะแห่งความเป็นหนึ่ง ผู้ที่มิได้อยู่บนหนทางอันเป็นหนึ่งย่อมตกไปสู่การกระทำและความหยุดนิ่ง ทั้งการยืนยันและการปฏิเสธการปฏิเสธความจริงของสรรพสิ่งเป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น การยืนยันถึงความว่างของสรรพสิ่งก็เป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น ยิ่งเธอพูด และคิดมากเท่าใดเธอก็ยิ่งห่างจากความจริงมากเท่านั้นจงหยุดการพูด และการคิดและจะไม่มีสิ่งใดที่เธอจะไม่รู้ การกลับคืนสู่รากเหง้าคือการค้นพบความหมายแต่การเดินตามสิ่งปรากฏภายนอกเป็นการพรากไปจากต้นตอ ในช่วงขณะแห่งความเห็นแจ้งภายใน มีการข้ามพ้นสิ่งภายนอกและความว่าง ความเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเกิดขึ้นในโลกที่ว่างนี้ เราบอกว่าเป็นจริงเพราะอวิชชาของเรานั่นเอง อย่าได้ค้นหาสัจธรรมให้เพียงแต่หยุดยึดถือความเห็นต่างๆ เท่านั้น อย่าได้ดำรงอยู่ในภาวะแห่งความเป็นคู่ (Duality)จงหลีกเลี่ยงหนทางนั้นด้วยความระมัดระวังถ้ามีเพียงร่องรอยของสิ่งนี้และสิ่งนั้นของความถูกและความผิดจิตเดิมแท้ก็จะสูญเสียไปในความยุ่งเหยิง แม้ภาวะของความเป็นคู่ทั้งหมดจะมาจากความเป็นหนึ่งก็จงอย่าได้ยึดติดแม้ในความเป็นหนึ่งนี้ เมื่อจิตดำรงอยู่โดยไม่ถูกรบกวนก็ไม่มีสิ่งใดในโลกจะสามารถทำให้ขุ่นเคืองได้และเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้อีกต่อไปมันจึงไม่มี เมื่อปราศจากความคิดแบ่งแยกจิตก็ไม่มี เมื่อความคิดหายไปตัวที่ทำหน้าที่คิดก็หายไปเช่นเดียวกับเมื่อจิตหายไปวัตถุก็หายไปด้วย สิ่งทั้งหลายมีอยู่ เพราะว่ามีตัวรับรู้จิตมีอยู่ ก็เพราะว่าสิ่งทั้งหลายมีอยู่ขอจงได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งสองสิ่งนี้และความจริงพื้นฐานนั่นคือความเป็นหนึ่งแห่งความว่าง ในความว่างนี้ สิ่งทั้งสอง (จิตและวัตถุ) แยกกันไม่ได้ และแต่ละสิ่งในตัวของมันเอง ก็ได้รวมโลกทั้งหมดเอาไว้ด้วย ถ้าเธอไม่แบ่งแยกระหว่างความหยาบและความละเอียดเธอก็จะไม่ถูกล่อลวงให้ตกอยู่ในทิฏฐิและความคิดเห็นต่างๆ การดำเนินอยู่ในหนทางอันยิ่งใหญ่มิใช่สิ่งที่ง่ายหรือยากแต่คนที่มีความเห็นอันจำกัด มักจะกลัวและลังเลยิ่งเขารีบร้อนเท่าใด เขาจะยิ่งไปช้าเท่านั้นและยิ่งยึดติดอย่างไม่สิ้นสุด แม้จะยึดติดต่อความคิดในเรื่องการตรัสรู้ก็เป็นสิ่งที่พลาดออกนอกทางเพียงแต่ปล่อยให้สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามวิถีทางของมันและก็จะไม่มีการมาหรือการไป จงเชื่อฟังธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายและเธอจะเดินได้อย่างอิสระและไม่ถูกรบกวน เมื่อความคิดถูกพันธนาการความจริงก็ถูกซ่อนเร้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะมืดดำและคลุมเครือและการเที่ยวเป็นภาระไปตัดสินสิ่งต่างๆ นั้นมีแต่จะทำให้น่าเวียนหัวและเหนื่อยอ่อนจะมีประโยชน์อะไรจากการแยกแยะและแบ่งแยก ถ้าเธอปรารถนาจะเข้าสู่หนทางของความเป็นหนึ่งอย่าได้เกลียดแม้ในโลกแห่งผัสสะและความคิดแท้จริงแล้วนั้น การยอมรับมันอย่างเต็มที่เป็นสิ่งเดียวกับการตรัสรู้อันถูกตรง ผู้มีปัญญามิได้เพื่อจะมุ่งหวังลุถึงผลใดๆแต่ผู้ไร้ปัญญาใส่โซ่ตรวนให้แก่ตนเอง ธรรมนั้นมีเพียงหนึ่ง มิได้มีมากมาย การแบ่งแยกเกิดจากความยึดถือของผู้โง่หลง การใช้จิตแสวงหาจิตเป็นผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด […]

We Oneness

We Oneness

11/12/2019

จังหวะประจักษ์ความจริง…ของรพินทรนาถ ฐากูร

เมื่อข้าพเจ้าอายุได้สิบแปด สายลม ดอกไม้ผลิฉับพลันของประสบการณ์ธรรมประจักษ์…ได้พัดสู่ชีวิตของข้าพเจ้า และผ่านไปโดยประทับรอยข่าวสารชัดแจ้งถึงความจริงแท้ด้านจิตวิญญาณไว้ในความทรงจำ เมื่อรุ่งอรุณครั้งหนึ่ง  ขณะยืนดูดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นเหนือพุ่มไม้ ในทันทีข้าพเจ้ารู้สึกคล้ายกับว่า หมอกทึบแห่งอดีตกาลได้ถูกยกออกพ้นสายตาขณะหนึ่ง และแสงอรุณที่อาบผิวโลกอยู่ก็เผยให้เห็นความปีติรุ่งโรจน์ภายใน ม่านคลุมแห่งความจำเจที่มองไม่เห็นได้ถูกยกออกจากสรรพสิ่งและจากผู้ฅนทั้งหลาย และแสดงความหมายสำคัญสูงสุด กระจ่างชัดแก่ดวงจิตของข้าพเจ้า — สิ่งซึ่งควรจดจำในประสบการณ์นี้คือ การขยายขอบเขตแห่งจิตใจของข้าพเจ้าอย่างฉับพลัน เข้าสู่โลกระดับใหม่ในมนุษย์ บทกวีซึ่งข้าพเจ้าเขียนไว้ในวันแรกแห่งความตื่นใจชื่อ “น้ำตกตื่นจากหลับแล้ว” แสงอาทิตย์ได้แผดเผาละลายหิมะน้ำแข็งซึ่งห่อหุ้ม กักขังดวงวิญญาณของธารน้ำตกไว้ในความเปล่าเปลี่ยว  ณ บัดนี้มันประกาศอิสรภาพของมัน โดยการไหลตกสาดซ่า เพื่อบรรลุปลายทางของมัน โดยสละตัวตนอย่างไม่รู้สิ้น รวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงสมุทร: แก่งหินและภูผาเลื่อนลั่นสายน้ำเอ่อท้นท่วมตกกระจายแตกฟองซัดสาดไหลเชี่ยวในความปลื้มเปรมปราโมทย์ก่อสรรพสำเนียงครืนคลั่งพลุ่งพล่านเพราะต้องแสงอรุณน้ำจะกำซาบซึมซับโลกเต็มแรงและข้าฯ-ข้าจะรินความรักเป็นลำน้ำข้าจะทำลายกรงขังแห่งหินผาข้าจะท่วมท้นโลกและจะเห่กล่อมด้วยเพลงไพเราะอย่างเอิบอิ่มบ้าคลั่งข้าจะวิ่งส่งเสียงหัวเราะเริงร่า เก็บดอกไม้ สยายผมโลดแล่นกางปีกสายรุ้งโผบินผ่านโมงยามอาบแสงสุริยาข้าจะโจนจากยอดสู่ยอดและสาดรดหลั่งอุทกจากเนินสู่เนินข้าจะหัวเราะกึกก้องและตบมือเข้าจังหวะกับฝีเท้าที่เหยียบย่ำไป* ท่านมหากวีกล่าวว่า บทเพลงที่ท่านเขียนขึ้นหลังจากเหตุการณ์ธรรมประจักษ์เช่นที่ยกมาดังกล่าว “เป็นการเปิดเผยธาตุแท้ภายในออกมาเป็นครั้งแรก เป็นการฉลองการเปิดทวารอันหนึ่ง และเป็นการบรรลุอนันตภาวะภายในอันตภาวะ” *รพินทรนาถ ฐากูร. (2554, ตุลาคม). หิ่งห้อย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผีเสื้อ. Photo by Jared Erondu on Unsplash

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

11/12/2019

เราจะเริ่มต้นปฏิบัติอย่างไร? …แนวทางไหนดี?

เพราะว่ามีมิตรรักหลายท่านมาพูดคุยปรึกษาหลังไมค์เกี่ยวกับธรรมะอยู่บ่อยๆ สเตตัสนี้จึงขอเขียนในสิ่งที่พอจะรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์แก่ท่านใดบ้าง โดยขอทุกท่านอย่าได้ถือว่านี่เป็นคำชี้แนะจากผู้รู้หรือผู้ปฏิบัติธรรมชั้นเลิศแต่อย่างใด อย่าได้เห็นว่าเป็นความอวดดีของผม และอย่าถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่โปรดเห็นว่าเป็นเพียงการพูดคุยกันตามประสาคนคุ้นเคย และเป็นการเล่าประสบการณ์ลองผิดลองถูกจากคนกิเลสหนาคนหนึ่ง …แน่นอน ท่านย่อมเห็นและประจักษ์อยู่ในความผิดบาปของผมอันมากมาย ต่อไปนี้เป็นสาระล้วนและยาวมาก ใครไม่ใช่แนว รอดูสเตตัสกินเหล้าเมายาวันศุกร์แทนนะครับ  คำถามที่ผมมักได้รับก็คือ จะเริ่มต้นปฏิบัติอย่างไร? และจะปฏิบัติในแนวทางไหนดี? อาจจะเป็นเพราะว่าหลายท่านเห็นผมโพสต์คำสอนทั้งของ พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกส์ ฯลฯ มีเรื่องชวนขำเล็กๆก็คือ แต่ละท่านถามผมต่างกันไป บางท่านถามว่าผมเป็นพุทธหรือ? บางท่านถามว่าเป็นคริสต์หรือ? เป็นอิสลามหรือ? พูดตรงๆคือ มรึงเป็นอะไรกันแน่… เป็นบ้าครับ เอาล่ะ กลับมาที่คำถามข้างต้นนะครับ ๐ ตั้งคำถามคือก้าวแรก เพียงคำถามที่ว่า “จะเริ่มต้นปฏิบัติอย่างไร?” มันก็เป็นก้าวแรกของการปฏิบัติแล้วครับ เพราะเมื่อเรารู้สึกว่า เอาล่ะถึงเวลาที่เราต้องทำอะไรบางอย่างกับจิตใจของเราบ้างแล้ว นั่นแปลว่าเราพบว่าความคิดเดิมๆ ความเคยชินเดิมๆที่เรามีอยู่มันไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา หนำซ้ำเรายังพบอีกว่าความคิดเดิมๆ รูทีนเดิมๆของเราเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของปัญหา เราจึงอยากหาความคิดใหม่ๆหรือสิ่งใหม่ๆ มาปรับเปลี่ยนแก้ไขปัญหาของเรา บางคนเรียกว่า มันเป็นขั้นแรกแห่งการพังทลายตัวตนของเรา ตัวตนที่เราเคยเชื่อว่าถูก ว่าดี กว่าใครๆ โลกทัศน์ของเราที่เราเคยเชื่อว่าวิเศษที่สุด บัดนี้ กลายเป็นปัญหาเองเสียแล้ว ทีนี้ […]

ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา

ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา

11/12/2019

ความเห็นอันถูกต้อง : ชุนริว ซุสุกิ

“…อันดับแรกแห่งมรรคมีองค์แปดก็คือความเห็นอันถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) ความเห็นอันถูกต้องก็คือความเข้าใจในเหตุและผล คือมีความเข้าใจอันสมบูรณ์ในเหตุและผล – ว่าความทุกข์นั้นมีเหตุอย่างไร นั่นคือความเห็นอันถูกต้อง – คือการเห็น ‘สิ่งต่างๆดังที่มันเป็น (ตถตา)’ เมื่อเราเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เราจะเข้าใจว่าเราสร้างความทุกข์แก่ตัวเราเองอย่างไร ถ้าหากเธอเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เธอจะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ยั่งยืน ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ทุกสิ่งย่อมไร้ธรรมชาติแห่งตัวตน ดังนั้นเธอจึงไม่อาจเพลิดเพลินกับชีวิตของเธอได้อย่างที่เธอคาดหวัง เธอคาดหวังไว้ว่าชีวิตของเธอจะสุขสำราญที่สุด แต่ในความเป็นจริง ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน ‘แย่แล้ว มันไม่จริงนี่นา’ เธออาจพูดออกมาแบบนั้น เมื่อเธอเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น เธอก็จะเปลี่ยนความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับชีวิตนี้ไปโดยสิ้นเชิง และเมื่อเธอเปลี่ยนความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับชีวิตนี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว นั่นแหละคือนิพพาน หมดสิ้นปัญหา หนทางลุถึงนิพพานโดยมรรคมีองค์แปดนั้นเริ่มต้นจากความเห็นอันถูกต้อง ความเห็นอันถูกต้องเกี่ยวกับชีวิตของเรา และการมีความเห็นอันถูกต้องนี้ก็คือการเข้าใจในเหตุและผล – อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือทุกข์ ด้วยการเริ่มต้นจากความเห็นอันถูกต้อง เราก็จะเห็นสิ่งต่างๆดังที่มันเป็น…” พระอาจารย์ ชุนริว ซุสุกิ (พ.ศ.๒๔๔๗-๒๕๑๔) ผู้เผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซ็นสาขาโซโตจากญี่ปุ่นสู่สหรัฐอเมริกา ขอขอบคุณเพจ ZenSmileZenWisdom Photo by Fabrizio Chiagano on Unsplash

We Oneness

We Oneness

11/12/2019

ความว่างเปล่า : ชุนริว ซูซูกิ

เพราะสรรพสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ล้วนไม่มีตัวไม่มีตน เป็นของว่างเปล่า ตั้งอยู่ไม่ได้ถาวรและสร้างทุกข์ทั้งสิ้น ดังนั้น การเข้าไปยึดจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแม้แต่การปฏิบัติ ล้วนแต่เป็นหนทางที่ทำให้เราเกิดการยึดติดขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่มีใครที่ต้องพยายามทำอะไรเพื่อให้ได้อะไรหรือบรรลุถึงอะไรเลย เป็นเรื่องค่อนข้างปกติที่พวกเราจะพยายามค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ โดยคิดว่าวิธีนี้จะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความจริงแล้วการที่ทำเช่นนี้ ลงท้ายเราจะไม่รู้อะไรเลย ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาของเราไม่ควรมาจากการรวบรวมข้อมูลจากที่นั่นที่นี่เพื่อเป็นความรู้เท่านั้น          แทนที่จะเก็บรวบรวมความรู้ เธอควรทำใจให้ผ่องแผ้วมากกว่า          ถ้าใจของเธอบริสุทธิ์ ความรู้ที่แท้จริงก็เป็นของเธอแล้ว เมื่อเธอฟังคำสอนของเราด้วยใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เธอจะยอมรับมันเหมือนกับว่า เธอกำลังฟังสิ่งที่เธอรู้มาก่อนแล้ว นี่เรียกว่าความว่างหรือตัวตนที่ทรงสรรพานุภาพ หรือสัพพัญญู…ผู้รู้ทุกสิ่งอย่าง เมื่อเธอรู้ทุกอย่าง เธอจะเป็นเหมือนท้องฟ้าที่มืดมิด บางครั้งจะมีสายฟ้าปรากฏขึ้นในท้องฟ้าที่มืดมิด แต่หลังจากที่มันผ่านไปแล้ว เธอจะลืมไป ไม่มีอะไรอีกนอกจากฟ้าที่มืดมิด          ท้องฟ้าไม่เคยประหลาดใจที่จู่ๆ สายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมา          เมื่อใดที่เกิดสายฟ้า เราจะได้เห็นภาพที่งดงาม เมื่อใดที่เรามีความว่างเปล่า เราจะพร้อมเสมอสำหรับการเฝ้าดูสายฟ้า ชุนริว ซูซูกิ Photo by Michał Mancewicz on Unsplash

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

11/12/2019

กุญแจสำคัญสู่ความเป็นหนึ่งเดียว

Oneness หรือ “ความเป็นหนึ่งเดียว” นี้ สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ไม่อาจหาคำนิยามที่ครอบคลุมในทุกมิติได้เลย ทั้งในด้านความรู้สึกนึกคิด ความเป็นลบบวกและค่ากลางของธรรมชาติ พลังงานคู่ขนานในทุกมิติ ทั้งในความมีและความว่างอันเป็นอนันต์ ทั้งผู้รู้ สิ่งที่ถูกรู้ กลไกและภูมิปัญญาของธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทั้งใบไม้ในกำมือ ทั้งใบไมในป่าน้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งอดีตและอนาคตที่กำหนดหยั่งลงสู่ปัจจุบัน การเข้าใจถึง Oneness จึงเป็นเรื่องเฉพาะตน เป็นความจริงที่ถูกเรียนรู้ในโลกของแต่ละคน และพร้อมที่จะแชร์ต่อไป เพื่อเรียนรู้ร่วมกันบนพื้นที่กลางอันเป็นตลาดของการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ร่วมกันถึงความเป็นหนึ่งเดียวทั้งกับตนเอง ผู้อื่น และสรรพสิ่ง ความไม่พอใจในกระแสลบความพอใจในกระแสบวกล้วนต้องแลกด้วยราคาที่เหมาะสมกันกล้าที่จะวิ่งตามความไม่พอใจก็ต้องกล้าเจ็บปวดจากการบีบคั้นทางใจและยอมรับความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นกล้าที่จะวิ่งตามความพอใจก็ต้องกล้ารับความเจ็บปวดจากคนที่รู้สึกไม่พอใจ และยอมรับกับความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น มนุษย์ คือ กาย+ใจ = ขันธ์ 5 ขันธ์ 5 คือ ระบบพลังงาน (-/+)ระบบพลังงานอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติธรรมชาติยุติธรรมเสมอ เมื่อมี “ความเป็นผู้ให้”“ความเป็นผู้รับ” ย่อมปรากฏตัวขึ้นเมื่อยึดเอาแต่พลังงานบวกพลังงานลบจะเบียดเบียนอยู่เสมอเมื่อยึดเอาแต่พลังงานลบพลังงานบวกจะถูกกดทับเกิดเป็นวิถีแห่งการเบียดเบียนอยู่เสมอระบบการรับส่งทางพลังงานเป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ และทำความเข้าใจ ผู้ที่เข้าใจ Oneness ย่อมรู้สึกตัวว่าการวิ่งตามความพอใจและความไม่พอใจการเอาแต่บวกและปฏิเสธลบหรือเอาแต่ลบและปฏิเสธบวกเป็นการไม่ยอมศิโรราบต่อธรรมชาติจิตของเขาจึงวิ่งหาความมีความเป็นไม่จบสิ้น (1)มีอาการรังเกียจสิ่งที่มีที่เป็นที่ตนไม่ต้องการ อยากผลักดันออกไปจากชีวิต (2)ชีวิตจึงวิ่งไปตามความพอใจ/ไม่พอใจเป็นทาสในระบบพลังงาน (-/+)ไม่สามารถเข้าถึง Oneness ได้จริง ต้นเหตุเกิดขึ้นมาจากการไม่ยอมศิโรราบต่อธรรมชาตินั่นเอง แต่ก็นะ… ธรรมชาติยุติธรรมเสมอ […]

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

11/12/2019

การเห็นทั้ง 3 ความจริง ความงาม ความรัก

::: การเห็นความจริงครั้งที่ 1 ::: เห็นว่าตัวเรา ล้วนประกอบมาด้วยความคิด ความจำ ความรู้สีก และอีกหมื่นล้านสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเราที่แท้จริงเลย เราคือ in – form – a – tionจาก ความว่าง เป็น form เป็น ตัวเป็นตนอนัตตา = un, non อัตตา ::: การเห็นความจริงครั้งที่ 2 ::: เห็นว่าตัวเรา ไม่ใช่แค่ตัวเราแต่คือทุกสิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ ::: การเห็นความจริงครั้งที่ 3 ::: เห็นว่าในความหลากหลายทั้งหมดในการเคลื่อนไปของสรรพสิ่งจะว่าหมื่นแสนพันล้านสิ่งก็ใช่ แต่ทั้งหมดคล้ายเป็นเอกภาวะหนึ่งเดียว อันเป็นเกลียวคลื่นน้อยใหญ่อันไม่อาจนับได้เคลื่อนที่ ปรากฏ ยกตัว ผุดบังเกิดและแตกสลายไป ในห้วงมหรรณพทั้งหมด คือ หนึ่งมหาสมุทรแห่งชีวิตคือ Uni-Verse คือ หนึ่งนั้นที่หมุนไปเคลื่อนไป สอดประสานสอดคล้อง กลมกลืนกันไปคือ เอกภาวะคือ เอกภพคือ ปรากฏการณ์คือ formation […]

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

ธรากร กมลเปรมปิยะกุล

11/12/2019