การยอม คือ หัวใจของวิปัสสนาและการปล่อยวาง

ให้ “ยอม” ตั้งแต่เริ่มแรก ของการสัมผัส-สัมพันธ์ ยอม ทิ้งเรื่องราว ไม่เอาเรื่องไม่เอาราว ไม่ต้องอะไรกับอะไร ให้ต่อยอดผลกรรม เวียนวนในคลื่นแห่งทุกข์ การยอมเป็นหัวใจของวิปัสสนาที่เรียบง่ายและทรงพลังที่สุดมันช่วยสร้าง “สำนึกใหม่”สำนึกของการสละออกสำนึกของการปล่อย การวางยอมสละความรู้สึกนึกคิดยอมยุติเรื่องราวที่จมทุกข์โดยกลับมา “รู้เนื้อรู้ตัว”อย่าง “ตรงไปตรงมา” ทิ้ง “ภาพ” เพื่อยอมรับ “สภาพ” ยอมรับสภาวะในปัจจุบันโดยไม่กลับเข้าไปหาภาพที่สร้างเรื่องราวต่อยอดต่อเรื่องต่อราวไม่รู้จบไม่ปรุงแต่งอะไรเพิ่มอีกคือหยุดสร้างกรรมที่ต่อเนื่องหยุดผลิตซ้ำๆ วนๆ ในเรื่องราวจมทุกข์หยุดโทษตัวเอง หยุดโทษผู้อื่นยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและเรียนรู้เมื่อรู้แล้ว มันก็ปล่อยก็วางลงไปเอง พอปล่อยลงไปแล้วไม่ต้องหยิบขึ้นมาเพื่ออยากรู้อีกเดี๋ยวมันจะรู้ซ้อนรู้ ตื่นซ้อนตื่นตื่นแล้วก็ตื่นอีกอยู่นั่น ไม่จบเพราะมันตื่นที่หัวไม่ได้ตื่นที่ใจ ยอมเพื่อให้จักรวาลภายนอกเรียนรู้จักรวาลภายในผ่านความรู้สึกที่เป็นอย่างนั้นเพราะมันเป็นของมันอย่างนั้นตั้งแต่เริ่มต้นของการเกิดขึ้นแห่งจักรวาล การยอมรับ คือ หัวใจของการปล่อยวาง คือ “การยอมรับได้ในทุกทาง”กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงหน้าทิ้ง “ตัวเอง” ลงไปเสียได้ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่าวาง “แผน” ลงไปเสียได้ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่าปล่อย “สิ่งยึด” ลงไปเสียได้ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่า เหมือนขวานถากไม้ ที่ร่อนเอาส่วนต่างๆ ออกไปให้มันเบาสบาย ไม่ต้องแบกใบ แบกกิ่ง แบกเปลือกแบกกระพี้ แม้กระทั่งแก่น วางลงไปแม้กระทั้งราก ยอมรับว่า ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสนองความอยากได้ดั่งใจของใครเลยแม้แต่คนเดียวธรรมชาติทำหน้าที่ของธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอและสมบูรณ์แบบในตัวมันเองแล้ว แต่ใจเราต่างหากที่ไม่สมบูรณ์แบบมันพร่อง มันพลาด ขาดความรู้สึกตัวต้องการความสมบูรณ์แบบจากสิ่งมายาจึงดิ้นพล่านเพื่อสนองอัตตาที่ไม่เต็มอิ่มนั้นอยากสำคัญตัวตลอดเวลาอยากฝืน […]

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

10/12/2019

การยอมรับ คือ การศิโรราบ

เกิดขึ้นจากความเข้าใจที่ว่า #Ep1 อดีตเป็นสิ่งที่ล่วงลับไปแล้ว อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ยอมรับและปล่อยวาง #Ep2 สุข-ทุกข์ เป็นของชั่วคราว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป #Ep3 เมื่ออยากได้ก็ต้องเสีย เมื่อยึดว่าเป็นผู้ให้ก็ต้องกลายเป็นผู้รับ เมื่อมีตัวตนก็ต้องแบก ก็ต้องทุกข์ #Ep4 ชีวิตเป็นของเที่ยง เป็นก็เที่ยงเป็น ตายก็เที่ยงตาย ทุกอย่างตามเหตุตามปัจจัย จะว่าไม่เที่ยงเหมือนคนทั่วไปก็ได้ มันก็แค่ตรรกะทางภาษา เกมความคิด #Ep5 ใบไม้ในกำมือก็มี ใบไม้นอกกำมือก็มี พี่รู้สองน้องรู้หนึ่ง อย่ายึดมั่นถือมั่น #Ep6 1 คน 1 คนจริง 7 พันล้านคน 7 พันล้านความจริง ปล่อยวางทุกความจริง จะเข้าสู่ความเป็นจริง #Ep7 ธรรมชาติเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องของเราจะเข้าไปตัดสิน ยิ่งยุ่งยิ่งยาก ยิ่งอยากยิ่งไม่จบ ยิ่งมีแผน มีเงื่อนไข ยิ่งมากยิ่งทุกข์มาก ปล่อยวางให้ธรรมชาติเรียนรู้ธรรมชาติ ด้วยความจริง ความงาม และความรัก #Ep8 ธรรมชาติยุติธรรมเสมอ ยิ่งยึดยิ่งเจ็บปวด ยิ่งโกงยิ่งไม่เหลืออะไร ยิ่งตัดสินยิ่งไม่เข้าใจ […]

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

ดร.เมธา หริมเทพาธิป

10/12/2019

การตื่นรู้คืออะไร โดย พระไพศาล วิสาโล

ความหมายเบื้องต้นของการตื่นรู้คือ การมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เพราะคนเราส่วนใหญ่มักจะอยู่ในความหลง หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ ซึ่งทำให้เราไม่ต่างจากคนหลับหรือคนละเมอ คนเราที่หลงมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ หลงเพราะลืมตัวหรือไม่รู้ตัว แบบนี้เป็นกันเยอะ แต่แบบที่สองที่เป็นกันมากที่สุดก็คือ หลงเพราะไม่รู้ความจริง ไม่รู้ความจริงของสรรพสิ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเราเองด้วย ไปหลงคิดว่าสิ่งทั้งปวงมันเที่ยง มันเป็นสุข มันเป็นตัวเป็นตน แบบนี้เรียกว่าเป็นความหลงขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้เกิดความยึดติดถือมั่น หลงแบบนี้บางทีเราก็เรียกว่า “อวิชชา” มีความอยากได้เข้ามาครอบครองเป็นของกู มีความหวงแหนว่านี่เป็นพวกของกู ซึ่งก็นำไปสู่การรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งที่ถือว่าไม่ใช่ของกู เพราะฉะนั้นมันก็เป็นความหลงที่นำไปสู่การเบียดเบียน และการทำลาย เมื่อใดก็ตามที่เราตื่นรู้ เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ก็ทำให้เราไม่หลงเข้าไปในความคิด ไม่หลงเข้าไปในอารมณ์ และไม่ถูกกิเลสครอบงำ ถ้าเราต้องการที่จะมีความสุข มีอิสระ ก็ต้องทำใจของเราให้ตื่น เริ่มจากมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม อยู่แบบไม่ใช่คนหลับใหลหรือคนละเมอ แล้วความรู้ตัวทั่วพร้อมนี่แหละที่จะเป็นพื้นฐานไปสู่การทำความดี และเห็นความจริง มันก็จะบาทฐานไปสู่การตื่นรู้ เป็นอิสระจากมายาภาพ จากอวิชชา จากความหลงงมงาย ที่ไปเห็นสิ่งต่างๆ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เราจะไม่เห็นคนอื่นเป็นศัตรู แม้ว่าเขาจะมีความคิดต่างจากเรา  แม้ว่าเขาจะมีผิวสี เชื้อชาติ หรือสถานะต่างจากเรา ก็ยังเป็นมิตรกัน ตรงนี้เกิดจากการที่เรารู้จักตัวเอง จนถึงขั้นว่ามันไม่มีตัวกูเหลือเลย ยิ่งเรารู้จักตัวเองมากเท่าไร […]

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

10/12/2019

Telomere กับการเจริญสติ

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเจริญสติ Prof. Elizabeth Blackburn, Ph.D. นักชีวโมเลกุลได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบเอนไซม์ทีโลเมอร์เรสยืนยันว่าการเจริญสติอย่างต่อเนื่องมีผลต่อร่างกายในระดับเซลล์ ช่วยรักษาโรค ชะลอวัย และทำให้อายุยืน ปัจจุบันนี้ มีงานวิจัยที่น่าสนใจ และเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากในหมู่นักวิจัยเรื่องคนสูงอายุก็คือเรื่องของหน่วยพันธุกรรมของคนเรา ที่เรียกว่า “โครโมโซม” ซึ่งเป็นตัวควบคุมลักษณะทางร่างกายและการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย โครโมโซมมี 23 คู่ 46 อัน เราลองนำเอามา 1 คู่มาดูดังภาพ จะเห็นว่า 1 คู่มี 2 อันเชื่อมติดกัน ตรงปลายสายโครโมโซม จะมีลักษณะคล้ายหมวกคลุมอยู่ (สีแดงในภาพ) เรียกว่า ทีโลเมียร์ (Telomere) เวลาเซลแบ่งตัว เจริญเติบโตขึ้นทุกๆ ปี ทีโลเมียร์จะสั้นลง ในคนหนุ่มสาวทีโลเมียร์จะยาวกว่าคนสูงอายุ ทีโลเมียร์จะเป็นตัวป้องกันปลายสายโครโมโซมต่ออนุมูลอิสระต่างๆ ที่จะมาทำลาย ถ้าไม่มีตัวนี้ปลายสายจะบานออก และจะเชื่อมติดกับปลายสายอันอื่น ทำให้สูญเสียหน้าที่และแตกสลายไป ทีโลเมียร์เปรียบเหมือนปลอกพลาสติกที่หุ้มปลายเชือกผูกรองเท้า ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ปลายบานออก เวลาสนปลายเชือกเข้ากับรูของรองเท้าก็จะสะดวกง่ายดาย แต่ถ้าไม่มีปลอกพลาสติกหุ้ม ปลายสายเชือกจะบานออก ก็จะใช้งานไม่ได้ ทีโลเมียร์ที่สั้นลงหมายความว่า อายุของเราก็สั้นลงด้วย แต่ธรรมชาติก็สร้างเอนไซม์ตัวหนึ่งที่จะมาช่วยให้ดำรงสภาพความยาวของทีโลมียร์เอาไว้ เรียกว่า เอนไซม์ทีโลเมอร์เรส […]

We Oneness

We Oneness

10/12/2019

I Love You, but I Don’t Need You

[เกริ่น; เดือนก่อนได้ฟังบทนำภาวนา (guided meditation) ของ Rupert Spira ฟังจบรู้สึกว่าเขาพูดถึง ‘ความสุข’ ได้ลุ่มลึก เรียบง่าย และน่าสนใจดี ก็เลยอยากแปลให้ใครๆ ได้อ่าน ความตั้งใจแรกคือแปลให้ซื่อตรงตามต้นฉบับ แต่ด้วยความสามารถทางภาษาอันจำกัด เลยกลายเป็นการแปล+เรียบเรียงตามความเข้าใจ สุดท้ายก็ได้บทความขนาดยาวมากชิ้นนี้ออกมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย] ถ้าลองสอบถามคนทั่วไปว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในชีวิต คำตอบส่วนใหญ่คงไม่ต่างกัน; ความสัมพันธ์ที่ราบรื่น ครอบครัวที่ดี ทรัพย์สินเงินทอง สุขภาพที่ดี บ้านสวยๆ สักหลัง งานดีๆ สักงาน หรือบางทีอาจเป็นการไม่ต้องทำงานอะไรเลย ฯลฯ ขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องการสิ่งเหล่านี้ บางคนอาจต้องการอะไรที่เป็นนามธรรมกว่านั้น อย่างการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า หรือการรู้แจ้งความจริงของชีวิต แต่หากถามพวกเขาต่อไปว่า ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าความสัมพันธ์ครั้งต่อไปจะทำให้คุณต้องทนทุกข์ คุณจะยังต้องการมันหรือไม่? ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าการมีเงินมากมายจะนำมาซึ่งความหวาดหวั่นกลัดกลุ้มใจ คุณจะยังต้องการมันอยู่หรือเปล่า? และถ้ารู้ล่วงหน้าว่าการรู้แจ้งสัจธรรมจะทำให้คุณต้องทุกข์เศร้า คุณยังอยากจะรู้แจ้งอยู่มั้ย? ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าสิ่งที่ต้องการไม่ได้นำความสุขมาให้, คำว่า ไม่ น่าจะเป็นคำตอบของทุกคน จากตัวอย่างที่ยกมาจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เราทุกคนต้องการจริงๆ แล้วไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ราบรื่น ไม่ใช่สุขภาพที่ดี ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ใช่การเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่แม้กระทั่งการรู้แจ้ง สิ่งที่เราทุกคนต้องการคือความสุข ความสุขซึ่งเราเชื่อว่าจะได้รับจากสิ่งต่างๆ […]

คุณากร วรวรรณธนะชัย

คุณากร วรวรรณธนะชัย

10/12/2019

32 ข้อ ตัวชี้วัดว่า “ตื่นรู้” มากแค่ไหน โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

หลายคนได้ถาม ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ อดีตวิศวกรนาซ่า ผู้ค้นพบการเปลี่ยนแปลงภายใน  และปัจจุบันท่านได้ทำงานเผยแพร่การเข้าถึงการตื่นรู้ ว่าทำไมต้องฝึกสติ ฝึกสติไปแล้ววัดผลยังไง ท่านได้อธิบายง่ายๆ เป็นตัวชี้วัด  Key Behavior Indicators หรือ KBIs ที่มีแนวโน้มพฤติกรรมดังต่อไปนี้ สดใสขึ้น ใจว่าง ๆ โล่ง ๆ (ใจดีหรือดีใจ ไม่เหมือนใจโล่ง ๆ นะ) ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง ยิ้มง่ายขึ้น ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน ไหว้คนอื่นได้ก่อน ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง ง่าย ๆ ติดดิน รับผิดชอบงานมากขึ้น ไม่อ้าง ไม่หนี อดทน ยอม มีเมตตามากขึ้น ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล เมื่อได้ยินเรื่องราวใด ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะดู สังเกตมากกว่าที่จะด่วนวิจารณ์ ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์ แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด ก็ยังอดทน […]

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

หนังสือ หัวใจตื่นรู้

10/12/2019