emile-seguin-R9OueKOtGGU-unsplash

จิตแห่งความเชื่อมั่น : บทกวีเกี่ยวกับต้นตออันสมบูรณ์ของชีวิต

หนทางอันยิ่งใหญ่นั้น
ไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบากอะไร
สำหรับบุคคลผู้ไม่รู้สึกเปรียบเทียบ
เมื่อรักและชังไม่มีอยู่
ทุกสิ่งทุกอย่างก็แจ่มแจ้งและเปิดเผยตัวเองออก

แต่ถ้ามีการแยกความแตกต่าง
แม้เพียงเล็กน้อยที่สุด
ฟ้าและดิน
ก็จะถูกแยกห่างกันอย่างหาประมาณมิได้

ถ้าเธอปรารถนาจะเห็นความจริง
จงอย่าได้ยึดถือความเห็นที่คล้อยตามหรือขัดแย้ง
การดิ้นรนระหว่าง
สิ่งที่ตนเองชอบกับสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ
เป็นเชื้อโรคร้ายแห่งจิตใจ

เมื่อไม่เข้าใจ
ความหมายอันลึกซึ้งของสรรพสิ่ง
สันติสุขอันแท้จริงของจิตใจ
ก็ถูกรบกวนไม่ให้มีอยู่

หนทางนั้นเป็นสิ่งสมบูรณ์
เหมือนที่ว่างอันกว้างใหญ่
ซึ่งไม่มีสิ่งใดขาด และไม่มีสิ่งใดเกิน


แท้จริงแล้วนั้น เป็นเพราะการเลือกของเรา
ที่จะยอมรับและปฏิเสธต่างหาก
ที่ทำให้เราไม่เห็น
ธรรมชาติอันแท้จริงของสิ่งทั้งปวง

อย่าได้อยู่ทั้งในความยุ่งเหยิงของสิ่งภายนอก
และในความรู้สึกภายในแห่งความว่าง
จงสงบอยู่ในความเป็นหนึ่งของสรรพสิ่ง
และความเห็นผิดทั้งหลาย
ก็จะหมดไปโดยตัวของมันเอง

เมื่อเธอพยายามที่จะหยุดการกระทำ
เพื่อจะให้ถึงความหยุดนิ่ง
ความพยายามของเธอนั่นแหละ
ที่ทำให้เธอเต็มไปด้วยการกระทำ

ตราบใดที่เธอยังอยู่ใน
ภาวะสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่ง
เธอจะไม่มีวันรู้จัก
ภาวะแห่งความเป็นหนึ่ง

ผู้ที่มิได้อยู่บนหนทางอันเป็นหนึ่ง
ย่อมตกไปสู่การกระทำและความหยุดนิ่ง

ทั้งการยืนยันและการปฏิเสธ
การปฏิเสธความจริงของสรรพสิ่ง
เป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น

การยืนยันถึงความว่างของสรรพสิ่ง
ก็เป็นการพลาดไปจากความจริงนั้น

ยิ่งเธอพูด และคิดมากเท่าใด
เธอก็ยิ่งห่างจากความจริงมากเท่านั้น
จงหยุดการพูด และการคิด
และจะไม่มีสิ่งใดที่เธอจะไม่รู้

การกลับคืนสู่รากเหง้า
คือการค้นพบความหมาย
แต่การเดินตามสิ่งปรากฏภายนอก
เป็นการพรากไปจากต้นตอ

ในช่วงขณะแห่งความเห็นแจ้งภายใน
มีการข้ามพ้นสิ่งภายนอกและความว่าง
ความเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเกิดขึ้นในโลกที่ว่างนี้
เราบอกว่าเป็นจริงเพราะอวิชชาของเรานั่นเอง

อย่าได้ค้นหาสัจธรรม
ให้เพียงแต่หยุดยึดถือความเห็นต่างๆ เท่านั้น

อย่าได้ดำรงอยู่ในภาวะแห่งความเป็นคู่ (Duality)
จงหลีกเลี่ยงหนทางนั้นด้วยความระมัดระวัง
ถ้ามีเพียงร่องรอยของสิ่งนี้และสิ่งนั้น
ของความถูกและความผิด
จิตเดิมแท้ก็จะสูญเสียไปในความยุ่งเหยิง

แม้ภาวะของความเป็นคู่ทั้งหมด
จะมาจากความเป็นหนึ่ง
ก็จงอย่าได้ยึดติดแม้ในความเป็นหนึ่งนี้

เมื่อจิตดำรงอยู่โดยไม่ถูกรบกวน
ก็ไม่มีสิ่งใดในโลกจะสามารถทำให้ขุ่นเคืองได้
และเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้อีกต่อไป
มันจึงไม่มี

เมื่อปราศจากความคิดแบ่งแยก
จิตก็ไม่มี

เมื่อความคิดหายไป
ตัวที่ทำหน้าที่คิดก็หายไป
เช่นเดียวกับเมื่อจิตหายไป
วัตถุก็หายไปด้วย

สิ่งทั้งหลายมีอยู่ เพราะว่ามีตัวรับรู้
จิตมีอยู่ ก็เพราะว่าสิ่งทั้งหลายมีอยู่
ขอจงได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งสองสิ่งนี้
และความจริงพื้นฐาน
นั่นคือความเป็นหนึ่งแห่งความว่าง

ในความว่างนี้ สิ่งทั้งสอง
(จิตและวัตถุ) แยกกันไม่ได้
และแต่ละสิ่งในตัวของมันเอง
ก็ได้รวมโลกทั้งหมดเอาไว้ด้วย

ถ้าเธอไม่แบ่งแยกระหว่าง
ความหยาบและความละเอียด
เธอก็จะไม่ถูกล่อลวงให้ตกอยู่ในทิฏฐิ
และความคิดเห็นต่างๆ

การดำเนินอยู่ในหนทางอันยิ่งใหญ่
มิใช่สิ่งที่ง่ายหรือยาก
แต่คนที่มีความเห็นอันจำกัด มักจะกลัวและลังเล
ยิ่งเขารีบร้อนเท่าใด เขาจะยิ่งไปช้าเท่านั้น
และยิ่งยึดติดอย่างไม่สิ้นสุด

แม้จะยึดติดต่อความคิดในเรื่องการตรัสรู้
ก็เป็นสิ่งที่พลาดออกนอกทาง
เพียงแต่ปล่อยให้สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามวิถีทางของมัน
และก็จะไม่มีการมาหรือการไป

จงเชื่อฟังธรรมชาติของสิ่งทั้งหลาย
และเธอจะเดินได้อย่างอิสระ
และไม่ถูกรบกวน

เมื่อความคิดถูกพันธนาการ
ความจริงก็ถูกซ่อนเร้น
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะมืดดำและคลุมเครือ
และการเที่ยวเป็นภาระไปตัดสินสิ่งต่างๆ นั้น
มีแต่จะทำให้น่าเวียนหัวและเหนื่อยอ่อน
จะมีประโยชน์อะไรจากการแยกแยะและแบ่งแยก

ถ้าเธอปรารถนาจะเข้าสู่หนทางของความเป็นหนึ่ง
อย่าได้เกลียดแม้ในโลกแห่งผัสสะและความคิด
แท้จริงแล้วนั้น การยอมรับมันอย่างเต็มที่
เป็นสิ่งเดียวกับการตรัสรู้อันถูกตรง

ผู้มีปัญญามิได้เพื่อจะมุ่งหวังลุถึงผลใดๆ
แต่ผู้ไร้ปัญญาใส่โซ่ตรวนให้แก่ตนเอง


ธรรมนั้นมีเพียงหนึ่ง มิได้มีมากมาย
การแบ่งแยกเกิดจากความยึดถือของผู้โง่หลง

การใช้จิตแสวงหาจิต
เป็นผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด

ความสงบและไม่สงบ เกิดจากความหลงผิด
ในความรู้แจ้ง ไม่มีความชอบและความไม่ชอบ

ภาวะของความเป็นคู่ทั้งหลายนั้น
เกิดจากความเห็นที่ผิด
มันเหมือนกับความฝันหรือดอกไม้ในอากาศ
ซึ่งจะเป็นความเขลาที่จะไขว่คว้ามัน

การได้และการเสีย ความถูกและความผิด
ความคิดเหล่านี้ ในที่สุดแล้ว
จะต้องทำให้หายไปในทันที

ถ้าดวงตาไม่เคยหลับใหล
ความฝันทั้งหมดก็จะหยุดลงโดยธรรมชาติ

ถ้าจิตไม่สร้างการแบ่งแยก
สรรพสิ่งทั้งหลายก็จะเป็นเช่นที่มันเป็น
อันมีสาระดั้งเดิมแต่เพียงอย่างเดียว

การเข้าใจในความเร้นลับ
ของสาระแห่งความเป็นหนึ่งนี้
เป็นการพ้นจากความยุ่งเหยิงทั้งปวง

เมื่อสรรพสิ่งถูกเห็นอย่างเดียวกันทั้งหมด
ย่อมเข้าถึงสาระอันแท้จริงที่อยู่เหนือกาล
ไม่มีข้อเปรียบเทียบหรือข้ออุปมาใดๆ จะเป็นไปได้
ในภาวะแห่งการปราศจากเหตุและการเกี่ยวพันใดๆ นี้

จงพิจารณาความเคลื่อนไหวในความนิ่ง
และความนิ่งในความเคลื่อนไหว
และทั้งภาวะแห่งความเคลื่อนไหว
กับภาวะแห่งความสงบนิ่งก็จะหายไป
เมื่อความเป็นคู่ไม่มี
ความเป็นหนึ่งที่จะให้ยึดถือก็ไม่มีด้วย
ผลบั้นปลายสุดท้ายนี้
ไม่มีกฎหรือคำอธิบายใดๆ ที่จะนำมาใช้ได้

สำหรับจิตที่เป็นหนึ่งตามหนทางนั้น

การดิ้นรนที่เกิดจากตัวตนทั้งหมดจะหยุดลง
ความสงสัยและความลังเลจะหายไป
และชีวิตแห่งความเชื่อมั่นอันแท้จริงก็เป็นไปได้

ชั่วขณะแห่งความเห็นแจ้ง
เราเป็นอิสระจากเครื่องจองจำ
ไม่มีสิ่งใดมายึดเกาะเรา
และเราก็ไม่ยึดเกาะในสิ่งใด

ทุกสิ่งว่าง ชัดเจน และแจ่มแจ้งในตัวของมันเอง
โดยที่จิตไม่ต้องใช้พละกำลังแต่อย่างใด

ณ ที่นี้ ความคิด ความรู้สึก ความรู้ และจินตนาการ
ไร้คุณค่าโดยสิ้นเชิง

ในโลกแห่งความเป็นเช่นนั้น
ไม่มีตัวตนหรือสิ่งที่นอกเหนือตัวตน
เพื่อที่จะรวมเป็นหนึ่งกับความจริงนี้โดยตรง
เมื่อความสงสัยเกิดขึ้น เพียงแต่กล่าวว่า
“ไม่ใช่สอง” (Non-Dual)

ในความ “ไม่ใช่สอง” นี้
ไม่มีสิ่งใดที่ถูกแบ่งแยก
ไม่มีสิ่งใดที่ถูกจำแนกออกต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไร หรือที่ไหน
การตรัสรู้หมายถึงการเข้าสู่ความจริงนี้
และความจริงนี้อยู่เหนือการขยายหรือการย่นย่อ
ในเรื่องเวลาหรือสถานที่
ในความจริงนี้ ความคิดเพียงชั่วแวบ
คือ เวลานับพันปี

ความว่างที่นี่ ความว่างที่นั่น
แต่จักรวาลอันไร้ขอบเขตจำกัดได้ปรากฏอยู่ต่อหน้าเธอ
สิ่งที่ใหญ่เหลือคณากับสิ่งที่เล็กเหลือประมาณ
ไม่มีความแตกต่าง


เพราะคำจำกัดความต่างๆ ได้หายไป
และขอบเขตต่างๆ ก็ไม่มีให้เห็น
ความมีกับความไม่มีก็เช่นเดียวกัน
อย่าได้เสียเวลาในการสงสัยและโต้แย้ง
ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความจริงนี้

สิ่งหนึ่งและสิ่งทั้งหมด
ต่างก็เคลื่อนไหวอยู่ในกันและกัน
โดยปราศจากการแบ่งแยก

การอยู่ในความเห็นแจ้งนี้
เป็นการอยู่ที่ปราศจากความวิตกกังวล
ต่อความไม่สมบูรณ์
การดำเนินอยู่ในความเชื่อมั่นนี้
คือหนทางที่อยู่เหนือความเป็นคู่ (Duality)
เพราะว่าการอยู่เหนือความเป็นคู่นี้
เป็นสิ่งเดียวกับจิตแห่งความเชื่อมั่น

คำพูด !
หนทางนั้นอยู่เหนือภาษาใดๆ
เพราะว่าในหนทางนั้น
ไม่มีเมื่อวานนี้
ไม่มีพรุ่งนี้
ไม่มีวันนี้

ซังซาน

จากหนังสือ บทเพลงแห่งเซ็น
ทวีวัฒน์ ปุณทริกวิวัฒน์
แปลและเรียบเรียง


Photo by EMILE SÉGUIN 🇨🇦 on Unsplash

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email